Book

อัดรูปดิจิตอล ทำสมุดภาพของคุณเอง
รอรับได้. ท่องเที่ยว แต่งงาน ฯลฯ

www.tanabutr.co.th/photobook


4. รวมเข้าด้วยกัน

เราดูอ็อบเจคที่ต่างๆกันไปแล้ว (ตัวเลขและสตริงก์), และเราก็สร้างตัวแปรให้ชี้ไปที่มัน; สิ่งที่เราจะทำต่อไปคือทำให้สิ่งเหล่านั้นทำงานด้วยกัน.

เรารู้แล้วว่าถ้าเราต้องการให้โปรแกรมพิมพ์ 25, โค้ดต่อไปนี้ไม่เวิร์ก, เพราะเราไม่สามารถรวม(บวก)ตัวเลขเข้ากับสตริงก์.

3. ตัวแปรและการตั้งค่า

เท่ีาที่ผ่านมา เวลาที่เราใช้ puts แสดงตัวเลขหรือสตริงก์, สิ่งที่เราแสดงจะแสดงแล้วหายไป. ผมหมายความว่า, ถ้าเราต้องแสดงอะไรสองครั้ง, เราต้องพิมพ์สองครั้ง

puts '...you can say that again...'
puts '...you can say that again...'

2. ตัวอักษร

เราเรียนเรื่องเกี่ยวกับตัวเลขไปแล้ว, แล้วตัวอักษรล่ะ? คำ? เท็กซ์?

เราเรียกกลุ่มตัวอักษรในโปรแกรมว่าสตริงก์ (strings). (ให้คุณนึกถึงตัวอักษรที่นำมารวมกันบนป้าย) เพื่อที่จะให้ดูสตริงก์ง่ายขึ้นในโค้ด, ผมจะใช้สีแดง. ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของสตริงก์:

1. ตัวเลข

ถึงตอนนี้คุณก็ผ่านขั้นเรื่องของการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว, เรามาเริ่มเขียนโปรแกรมกันดีกว่า! เปิดบรรณาธิกรณ์ที่คุณชอบใช้แล้วพิมพ์สิ่งต่อไปนี้:

puts 1 + 2

เซฟโปรแกรม (ใช่แล้ว, นี่คือโปรแกรม!) ชื่อ calc.rb (.rb มักจะใช้ระบุว่าเป็นโปรแกรมที่เขียนด้วยภาษา Ruby). ตอนนี้ก็รันโปรแกรมโดยการพิมพ์ ruby calc.rb ในบรรทัดคำสั่ง. มันควรจะแสดงผลลัพธ์ 3 บนหน้าจอ. เห็นไหมว่าการเขียนโปรแกรมไม่ยากใช่ไหม.

0. เริ่มต้น

ถ้าคุณจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์, คุณต้อง "พูด" ด้วยภาษาที่คอมพิวเิตอร์เข้าใจ: คือภาษาโปรแกรม. มีโปรแกรมหลายภาษามากมาย, และหลายภาษาก็เป็นภาษาที่เยี่ยมยอด. ในติวทอเรียลนี้จะใช้ภาษาที่ผมชอบได้แก่, Ruby.

นอกจากจะเป็นภาษาที่ผมชอบแล้ว, Ruby ยังเป็นภาษาโปรแกรมภาษาหนึ่งที่เขียนได้ง่ายที่สุดที่เคยเห็นมา (ซึ่งผมอาจจะพบเห็นมาน้อย). ในความเป็นจริงแล้วสำหรับการเขียนติวทอเรียลครั้งนี้: ผมไม่ได้ตัดสินใจเขียนติวทอเรียล, และเลือก Ruby เพราะว่าเป็นภาษาโปรแกรมที่ผมชอบ; ในทางตรงกันข้าม, ผมพบว่า Ruby มันง่ายมากจนกระทั่งตัดสินว่าควรจะเขียนติวทอเรียลดีๆสำหรับคนที่เริ่มเขียนโปรแกรม. มันเป็นความเรียบง่ายของภาษา Ruby ที่ทำให้เริ่มต้นติวทอเรียลนี้, ไม่ใช่เพราะว่าเป็นภาษาโปรแกรมที่ผมชอบ (การเขียนติวทอเรียลทำนองเดียวกันเช่น C++ หรือ Java อาจจะทำให้ต้องเขียนเป็นร้อยๆหน้า) แต่กรุณาอย่าคิดว่า Ruby เป็นภาษาสำหรับคนที่เริ่มมเรียนโปรแกรมมิ่งเพราะว่ามันง่าย! มันเป็นภาษาที่มีพลัง, ภาษาแบบมืออาชีพเท่าที่เคยมีมา.

หนังสือสร้าง OS เองใน 30 วัน

เมื่อสองสามวันก่อนไปเจอโฆษณาหนังสือเล่มนี้ในเว็บไซด์ญี่ปุ่น. หนังสือชื่อ 30日でできる! OS 自作入門 แปลตรงๆก็คือ "ทำได้ใน 30 วัน ! OS สร้างเองเบื้องต้น". ดูๆแล้วก็ต้องเรียกว่าเป็นหนังสือแบบคนญี่ปุ่นเท่านั้นที่จะเขียน (ชม) คือมีความลึกผสมความแปลกอยู่ในตัว. ก่อนหน้านั้นก็มีคนที่สร้าง OS ที่ชื่อว่า Mona โดยเริ่มต้นแบบไม่ค่อยรู้อะไรแต่อาศัยถามในเว็บบอร์ด (ถามตอบแบบยาวๆ) จนเีขียน OS ได้. ว่าแล้วก็ฝากให้คนซื้อมาเรียบร้อย. วันที่ 14 ได้ลองเปิดอ่านดูว่าอ่านแล้วจะสร้าง OS เองได้จริงหรือเปล่า. หนังสือเล่มนี้มี CDROM ให้มาด้วย. ดูจากสรุปเนื้อหาแล้วบอกว่า เป็นหนังสือที่อธิบานเริ่มตั้งแต่พื้นฐานของการเขียนโปรแกรม, ผ่านไป 30 วันก็สร้างระบบวินโดว์ (window system) บน OS มัลติทาส์กแบบ 32 bit ได้ตั้งแต่จากไม่มีอะไรเลย. คนที่เริ่มหัดก็ทำได้ไม่ดันทุลัง, โดยสอนตั้งแต่การทำงานของ PC, ภาษา Assembler, ภาษา C, ลองผิดลองถูกเรียนรู้ algorithm สร้าง OS ในบรรยากาศสนุก. เป็นวิธีที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน, เป็นการผสมผสานการเรียนรู้ของการใช้งานจริง, งานอดิเรก รวมอยู่ในหนังสือเล่มนี้.

ตลาดหนังสือลินุกซ์ในเมืองไทย

จุดมุ่งหมายในชีวิตอย่างหนึ่งของผมคือเขียนและผลิตหนังสือลินุกซ์ดีๆอย่างน้อยหนึ่งเล่มสำหรับคนไทย. เป็นหนังสือเน้นคำอธิบายและตัวอย่างไม่เน้น screen shot ที่บอกให้คลิ้กตรงโน้นตรงนี้. ไม่เน้นเดสก์ท็อปแต่เน้นความรู้พื้นฐานที่เป็นแก่นความรู้. ไม่เน้นดิสทริบิวชันใดดิสทริบิวชันหนึ่ง แต่เน้นเรื่องเกี่ยวกับลินุกซ์และซอฟต์แวร์พื้นฐานที่ประกอบกันเป็นระบบลินุกซ์. เป็นหนังสือที่่สอนให้เข้าใจและต้องการให้คนอ่านขยายความรู้ต่อยอดต่อไป. นี่ก็คือจุดมุ่งหมาย, ส่วนความเป็นจริงมันอาจจะไม่สวยหรูอย่างที่คิดก็ได้ อาจจะมีอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟันบ้าง และสุดท้ายคนที่ตัดสินคุณค่าของหนังสือคือคนอ่าน. ผมก็ได้แต่เขียนให้ดีที่สุดเท่านั้น.

Joel on Software

ไม่ได้เขียนบล็อกเกือบเดือน, วันนี้เริ่มได้เขียนก็จะจบเดือนไปแล้ว.

หลายคนคงเคยอ่านเว็บล็อก Joel On Software เป็นเว็บล็อกยอดนิยมของคนในวงการซอฟต์แวร์ที่เขียนโดย Joel Spolsky. เขาเขียนบ่อยและเขียนที่ยาวด้วย. เคยอ่านเนื้อหาที่เขาเขียนจาก slashdot เรื่อง How Microsoft Lost the API War แล้วยังติดใจมาตลอด.

หนังสือ Open Sources: Voices from the Open Source Revolution

เคยซื้อหนังสือเล่มนี้อ่าน, ตอนนี้เขาเอาขึ้นออนไลน์แล้ว (เพิ่งไปเจอ). ถือว่าคนที่ซื้อหนังสือได้อ่านก่อนแล้วกัน.

e-book ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง

บ้านผมอยู่หลังมหาวิทยาลัยรามคำแหง. วันนี้ต้องการตรวจสอบดูที่ว่าว่ารามคำแหงเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไรจึงลองเปิดหาตามเว็บไซด์ดูเลยไปเจอ e-book ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง. มีหนังสือเรียนทั้งหมดของมหาวิทยาลัยให้อ่านและดาว์นโหลดได้ฟรีๆ. แฟร์และมีประโยชน์ดีครับ. เปิดดูหนังสือเรียนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แล้วก็ตามไปดูหนังสือเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย. ถ้าจะทบทวนเรียนภาษาไทยใหม่จะมาอ่านที่นี่วันหลังครับ.